นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy)

บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด

​​บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัดและบริษัทในเครือ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ("พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล") ด้วยบริษัทฯ ได้มีการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า คู่ค้า พนักงาน ผู้สมัครงาน และบุคคลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ดังนั้นบริษัทฯ จึงได้จัดทำนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ระยะเวลาในการเก็บข้อมูล การทำลายข้อมูล อีกทั้งสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานและการให้บริการใดๆ ของบริษัทฯ เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบและถือปฏิบัติต่อไป

1. ขอบเขตการบังคับใช้

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ มีขอบเขตการบังคับใช้ครอบคลุมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดที่ดำเนินการโดยบริษัทฯ รวมถึงบุคคลใดๆ ซึ่งล่วงรู้ข้อมูลส่วนบุคคลเนื่องจากเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของบริษัทฯ จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายรวมทั้งนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้

2. คำนิยาม

“บริษัทฯ” หมายถึง บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัดและบริษัทในเครือ

“บุคคล” หมายถึง บุคคลธรรมดา

“เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงบุคคลที่ถึงแก่กรรม

“ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด

“การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง การดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับการเก็บ รวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

“ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคล หรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บ รวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

“ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการดังกล่าวไม่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

3. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยมีข้อมูลที่เก็บรวบรวม วัตถุประสงค์และหลักการในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้

3.1 ข้อมูลที่เก็บรวบรวม คือ ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้แก่บริษัทฯ โดยตรงหรือให้ผ่านบริษัทฯ หรือมีอยู่กับบริษัทฯ ทั้งที่เกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์ และหรือบริการ ติดต่อ เยี่ยมชม ค้นหา ผ่านช่องทางดิจิทัล เว็บไซต์ Call Center ผู้ที่ได้รับมอบหมายของบริษัทฯ การเข้าร่วมกิจกรรมในไลน์ เฟซบุ๊ก กิจกรรมส่งเสริมการตลาด หรือการออกบูธ การกรอกแบบสอบถามต่างๆ หรือการให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อทำธุรกรรมกับบริษัทฯ หรือช่องทางอื่นใด ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ และหรือเปิดเผย ได้แก่

3.1.1 ข้อมูลส่วนบุคคล

1) ข้อมูลส่วนตัว ได้แก่ ชื่อ นามสกุล อายุ วันเดือนปีเกิด สถานภาพสมรส เลขบัตรประจำตัวประชาชน เลขที่หนังสือเดินทาง ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน เลขที่บัญชีธนาคาร

2) ข้อมูลการติดต่อ ได้แก่ ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน ที่อยู่ปัจจุบัน หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล ไอดีไลน์

3) ข้อมูลอุปกรณ์หรือเครื่องมือ ได้แก่ IP address, MAC address, Cookie ID

4) ข้อมูลการเข้ามาใช้งานเว็บไซต์ของบริษัทฯ ข้อมูลเสียง ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว

3.1.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Data) คือ ข้อมูลส่วนบุคคลที่กฎหมายกำหนดเป็นการเฉพาะ ซึ่งบริษัทฯ จะเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว ต่อเมื่อบริษัทฯ ได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน หรือในกรณีที่บริษัทฯ มีความจำเป็นตามกรณีที่กฎหมายอนุญาต โดยบริษัทฯ อาจต้องเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งต่อไปนี้ ในนโยบายฉบับนี้หากไม่กล่าวโดย เฉพาะเจาะจงจะเรียกข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวที่เกี่ยวกับท่านข้างต้น รวมกันว่า “ข้อมูลส่วนบุคคล”

3.2 วัตถุประสงค์และหลักการในการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

3.2.1 บริษัทฯ จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมาย ที่ได้แจ้งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไว้ก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ดังนี้

1) เพื่อประสิทธิภาพในการให้บริการ

2) เพื่อวิเคราะห์และจัดทำเอกสารตามคำร้องของหน่วยงานหรือองค์กรอื่นใดที่เกี่ยวข้อง หรือเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ

3) เพื่อการบริหารจัดการด้านทรัพยากรบุคคลและสวัสดิการของบริษัทฯ

4) เพื่อดำเนินกิจกรรมการส่งเสริมการตลาด และการจัดกิจกรรมหรือการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า คู่ค้า ชุมชน

5) เพื่อสร้างความเข้าใจ ประเมินความสนใจ ความต้องการ และความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค และผู้เกี่ยวข้อง

6) เพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานภายในของบริษัทฯ

โดยบริษัทฯ จะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้ บริษัทฯ สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ต้องขอความยินยอมตามที่กฎหมายอนุญาต

1) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์ หรือจดหมายเหตุเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัย สถิติ โดยบริษัทฯ จะจัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

2) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิตร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล

3) เพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อใช้ดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น

4) เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ ของผู้ควบคุมเจ้าข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

5) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญน้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

6) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

3.2.2 ในกรณีเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือสัญญาหรือมีความจำเป็นต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อเข้าทำสัญญา หรือต้องให้ข้อมูลด้วยประการอื่นใด หากเจ้าของข้อมูลไม่ให้ข้อมูลเช่นว่านั้น อาจส่งผลให้ธุรกรรมหรือกิจกรรมอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลถูกระงับหรือหยุดลงชั่วคราว จนกว่าบริษัทฯ จะได้รับข้อมูลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้เนื่องจากบริษัทฯ ไม่สามารถประมวลผลข้อมูลเหล่านั้นได้ หรือกฎหมายกำหนดห้ามมิให้มีการดำเนินธุรกรรมหรือกิจกรรมนั้นอีกต่อไป เป็นต้น

4. การใช้และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

การใช้และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทฯ จะดำเนินการตามวัตถุประสงค์และหลักการดำเนินการที่สอดคล้องตามข้อ 3.2 วัตถุประสงค์และหลักการในการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นให้แก่หน่วยงานหรือบุคคลภายนอก ภายใต้ความยินยอมของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้น เว้นแต่จะได้กระทำภายในกรอบที่กฎหมายให้อำนาจไว้ ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลอาจถูกเปิดเผยให้แก่บุคคลภายนอก องค์กร หรือหน่วยงานรัฐ ดังต่อไปนี้

1) บริษัทในเครือ บริษัทในกลุ่ม

2) คู่ค้า คู่สัญญา ผู้ให้บริการ พันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท และ/หรือ ผู้แทนจำหน่าย

3) หน่วยงานซึ่งดำเนินงานด้านข้อมูลเครดิต สถาบันการเงิน และ/หรือ ธนาคาร

4) หน่วยงานของรัฐซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย

5) หน่วยงานหรือองค์กรอื่นใดที่เกี่ยวข้อง หรืออาจเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท และ/หรือ นิติบุคคลตามกฎหมายอื่น

5. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลตามระยะเวลา ดังต่อไปนี้

5.1 ตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดเกี่ยวกับการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้โดยเฉพาะ

5.2 ในกรณีที่กฎหมายไม่ได้กำหนดระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้โดยเฉพาะ บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้นๆ บริษัทฯ จะกำหนดระยะเวลาในการจัดเก็บตามความจำเป็นที่เหมาะสมในการปฏิบัติงานของบริษัทฯ เมื่อพ้นระยะเวลาการจัดเก็บรักษาดังกล่าว บริษัทฯ จะดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้

6. การรักษาความปลอดภัยสำหรับข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ จะจัดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการโจรกรรม หรือการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล การสูญหาย การเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง การแก้ไข หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีอำนาจ หรือ โดยขัดต่อกฎหมาย

7. การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

ในกรณีที่เกิดเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทฯ จะดำเนินการแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทราบภายใน 72 ชั่วโมง ตามที่กฎหมายกำหนด หรือในที่มีการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลนั้นมีความเสี่ยงสูงที่จะกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของเจ้าของข้อมูล บริษัทฯ จะดำเนินการแจ้งเหตุละเมิดพร้อมแนวทางเยียวยาเหตุละเมิดดังกล่าวให้เจ้าของข้อมูลทราบโดยไม่ชักช้า

8. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

นโยบายนี้ได้จัดทำขึ้นเพื่อทำให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมั่นใจว่า สามารถใช้สิทธิที่มีอยู่ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ได้ดังต่อไปนี้

8.1 สิทธิในการขอเพิกถอนความยินยอม เจ้าของข้อมูลมีสิทธิที่จะเพิกถอนความยินยอมที่เคยให้บริษัทจัดเก็บ รวบรวม หรือใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อใดก็ได้ โดยผู้ควบคุมข้อมูลต้องรับประกันให้การขอถอนความยินยอม ง่ายเหมือนกับวิธีที่ได้รับความยินยอมด้วย ยกตัวอย่าง ถ้าบริษัทฯ ขอความยินยอมในการส่งข่าวสารทางอีเมล ผ่านการกดปุ่ม Subscribe เมื่อเจ้าของข้อมูลต้องการขอถอนความยินยอม ก็ต้องสามารถกดปุ่ม Unsubscribe ได้ทันทีเช่นกัน เป็นต้น

8.2 สิทธิในการขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลมีสิทธิขอเข้าถึง หรือขอรับสำเนา ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของตนที่อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัทฯ รวมถึงขอให้บริษัทฯ เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ที่เจ้าของข้อมูลไม่ได้ให้ความยินยอม ทั้งนี้บริษัทฯ มีสิทธิปฏิเสธคำร้องขอ หากเป็นไปตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล หรือการเข้าถึง หรือขอรับสำเนานั้นส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น

สำหรับการขอใช้สิทธินี้บริษัทฯ จะมีหน้าที่ในการพิจารณาและดำเนินการตามคำร้องขอ ภายใน 30 วันหลังจากที่เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีหนังสือตอบกลับการรับแจ้งการขอใช้สิทธิ

8.3 สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง เจ้าของข้อมูลมีสิทธิที่จะขอแก้ไข หรือขอเพิ่มเติมข้อมูลส่วนบุคคลของตนเอง เพื่อให้ถูกต้องและครบถ้วน ซึ่งกรณีดังกล่าวโดยหลักบริษัทฯ ต้องดำเนินการตามคำขอได้

8.4 สิทธิขอให้ลบ หรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ หากเจ้าของข้อมูลเห็นว่าข้อมูลที่บริษัทฯ จัดเก็บนั้น ไม่มีความเป็นจำเป็นหรือเป็นข้อมูลที่ประมวลผลโดยไม่ถูกต้อง เจ้าของข้อมูลมีสิทธิที่จะขอให้บริษัทฯ ทำลายข้อมูลส่วนบุคคลนั้นทั้งหมด หรือลบบางชุดข้อมูลให้ไม่สามารถระบุถึงตัวตนของเจ้าของข้อมูลได้ ในกรณีการขอใช้สิทธินี้ ถ้าบริษัทฯ มีความจำเป็นที่อธิบายได้ว่า บริษัทฯ มีความจำเป็นด้วยฐานใดหนึ่งในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ บริษัทฯ ก็สามารถแจ้งปฏิเสธการใช้สิทธิเจ้าของข้อมูลได้เช่นกัน

8.5 สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล กรณีที่บริษัทฯ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลด้วยฐานประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมาย เจ้าของข้อมูลมีสิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองนั้นเมื่อไหร่ก็ได้ ถ้าหากการเก็บ รวบรวม หรือใช้ข้อมูลนั้น ส่งผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมากเกินควร

8.6 สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล กรณีอยู่ระหว่างการตรวจสอบเพื่อแก้ไขข้อมูลที่ถูกต้อง หรือหากเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ จะต้องลบ หรือทำลายเพราะหมดความจำเป็นแล้ว เจ้าของข้อมูลมีสิทธิในการขอให้บริษัทฯ ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเป็นการชั่วคราวได้

8.7 สิทธิในการขอโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บในรูปแบบอัตโนมัติ กรณีข้อมูลส่วนบุคคลเก็บอยู่ในรูปแบบที่สามารถโอนได้โดยอัตโนมัติ เจ้าของข้อมูลสามารถแจ้งขอให้บริษัทฯ ทำการส่งต่อข้อมูลไปยังบริษัทอีกแห่งได้

8.8 สิทธิในการร้องเรียน เมื่อบริษัทฯ ได้รับคำขอใดๆ ข้างต้นจากท่าน บริษัทฯ จะปฏิบัติตามคำขอเมื่อมีการยืนยันตัวตนของท่าน เว้นแต่จะมีเหตุสมควรที่จะปฏิเสธคำขอดังกล่าว

9. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ

บริษัทฯ อาจมีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังบริษัทในโครงข่ายของบริษัทฯ ที่อยู่ต่างประเทศ หรือไปยังผู้รับข้อมูลอื่นซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจตามปกติของบริษัทฯ เช่น การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปเก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์ (Server) หรือคลาวด์ (Cloud) ในประเทศต่างๆ บริษัทฯ จะคำนึงและพิจารณาว่าประเทศปลายทางได้ถูกรับรองว่ามีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ

10. การทบทวนและปรับปรุงนโยบาย

บริษัทฯ จะพิจารณาทบทวนนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นประจำทุกปี

11. การเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัว

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯ อาจมีการปรับเปลี่ยนหรือแก้ไข โดยมิได้มีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทฯ จะแสดงนโยบายฉบับที่เป็นปัจจุบันไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ

12. วิธีการติดต่อ

หากท่านมีข้อสงสัย หรือความคิดเห็นใดๆ เกี่ยวกับนโยบายฉบับนี้ หรือหากท่านต้องการใช้สิทธิของท่าน หรือท่านต้องการให้ยกเลิกเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้เก็บรวบรวมก่อนที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ใช้บังคับ

ท่านสามารถติดต่อ เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด
สำนักงานใหญ่ เลขที่ 666 ถนนพระราม 3 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร 10120
โทรศัพท์ 02-682-1821 ติดต่อในเวลาทำการ วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00 – 17.00 น.
Email : dpo@lion.co.th


นโยบาย

1. นโยบายความเป็นส่วนตัวกับ CCTV
2. นโยบายการใช้คุกกี้


ดาวน์โหลดเอกสาร

1. เจ้าของข้อมูลมีความประสงค์ขอใช้สิทธิ์ตาม พรบ.ข้อมูลส่วนบุคคล
2. เจ้าของข้อมูลมีความประสงค์ถอนความยินยอมตาม พรบ.ข้อมูลส่วนบุคคล

 

 

 

  • เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานให้ดียิ่งขึ้น การใช้งามเว็บไซต์นี้ เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้บริษัทใช้คุกกี้และจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตาม
    นโยบายการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวและข้อมูลส่วนบุคคล   นโยบายการใช้คุกกี้